บทที่ 1 คู่หมั้นจำเป็น (30%)

ภาพข่าวการแต่งงานของมหาเศรษฐีชาวใต้อดีตดาราดังของเมืองไทยไปกับนักประพันธ์สาวผู้โชคดีเป็นข่าวครึกโครมบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเช้าของวันรุ่งขึ้น แต่อีกข่าวหนึ่งที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของบรรดาคอบันเทิงไม่แพ้กันก็คือ ภาพการจุมพิตอย่างแสนดูดดื่มระหว่างรามาวตีกับหนุ่มหล่อมาดเข้ม
‘น้องสาวเจ้าบ่าวแอบหนีออกนอกงาน หลบสวีหนุ่มหล่อ ประกบปากดูดดื่มที่ระเบียง’
ในขณะที่ผู้คนครึ่งค่อนประเทศกำลังอ่านข่าวซุบซิบนี้อย่างสนอกสนใจ แต่ร่างแน่งน้อยของคนที่ตกเป็นข่าวกลับยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นบนเตียงนอนหนานุ่มเพราะความเหนื่อยล้าจากการตะลุยช่วยงานแต่งงานของพี่ชายกับพี่สะใภ้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
เปลือกตาคู่สวยที่ปิดสนิทเริ่มขยุกขยิกเมื่อทำนองเพลงหวานแว่วจากโทรศัพท์มือถือที่หล่อนตั้งเป็นเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ‘รามาวตี ศิวัฒน์ชัย’ ควานมือเรียวเล็กไปปิดเสียงที่กำลังดังอยู่นั้น เมื่อตื่นขึ้นมาเต็มตาก็กระหวัดคิดไปถึงพี่ชายและพี่สะใภ้ของตนที่ป่านนี้คงกำลังเหินฟ้าอยู่บนเครื่องบินระหว่างประเทศลำใดลำหนึ่งเพื่อไปฮันนีมูนเพราะรามิลบอกเอาไว้ว่าจะพาปริญชยาออกเดินทางแต่เช้ามืด แต่แล้วความทรงจำบางอย่างก็แว๊บเข้ามาในสมองเป็นเหตุให้พวงแก้มเนียนใสต้องแดงก่ำไปจรดซอกคอ มือบางเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผลยามนึกถึงตอนที่ริมฝีปากหนักอุ่นจัดแบบลูกผู้ชายกดแนบลงมาบนกลีบปากนุ่มของหล่อนอย่างเร่าร้อนดิบเถื่อน
รามาวตีครุ่นคิดอย่างอับอาย นึกโมโหตัวเองที่สามารถจดจำรายละเอียดของสัมผัสอันหยาบคายนั้นได้แม่นยำเสียเหลือเกิน หล่อนสะบัดศีรษะแรงๆ และยกมือขึ้นทุบเบาๆ เพื่อให้หลุดจากภวังค์อันชวนวาบหวามนั้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่นโดยใช้ไม่นานนักก็ลับออกมาแต่งตัวด้วยชุดลำลองเป็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนกางเกงขาสั้นสีครีม อวดความเปล่งปลั่งส่องประกายราวกับน้ำค้างบริสุทธิ์ของสาววัย 22 ปี ก่อนจะออกจากห้องแล้วเดินลงไปหาผู้เป็นบุพารีทั้งสองซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนเช่นทุกเช้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อคุณแม่” เสียงหวานเอ่ยทักทายด้วยท่าทางร่าเริงพลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับมารดา
แต่ทว่าเช้านี้ทั้งคุณรามและคุณเรณูต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดและมองมายังหล่อนเป็นตาเดียวราวกับเป็นผู้ต้องหาทำเอาคิ้วเรียวสวยต้องขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย
“คุณพ่อกับคุณแม่ทำไมมองหน้าเรแปลกๆ แบบนั้นล่ะคะ” เสียงหวานเอ่ยถามอุบอิบ
คุณเรณูยื่นหนังสือพิมพ์ให้ลูกสาว “อ่านข่าวนี่ก่อนแล้วก็ตอบคำถามแม่”
สาวน้อยรับมา ก่อนจะก้มลงมองข่าวบนหน้าบันเทิงอย่างงงๆ แล้วดวงตากลมแป๋วก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเพราะภาพที่ตนเองกำลังถูกปฏิภาณประกบจูบอย่างดูดดื่มในหนังสือพิมพ์หน้านั้นเด่นหราไม่แพ้ภาพของคู่บ่าวสาว สายตาคู่สวยกวาดไล่อ่านตัวอักษรที่อยู่ข้างล่างภาพข่าวนั้นอย่างละเอียดยิบไม่พลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว เมื่ออ่านจบก็รู้สึกว่าตัวเองหน้าชาวาบและเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้ถูกพ่อแม่มองด้วยสายตาแปลกๆ หล่อนไม่รู้ว่าภาพนี้หลุดออกมาได้อย่างไร ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกใครแอบถ่ายตั้งแต่ตอนไหน...
“ไหนเรบอกแม่มาซิ ว่าไปรักไปชอบพอกับคุณปฏิภาณตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้มีภาพแบบนี้หลุดออกมา” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามทันทีที่ลูกสาวเงยหน้าขึ้น
“มันไม่ใช่อย่างที่ข่าวเขียนนะคะคุณแม่ เรไม่ได้ชอบกับอีตาเจ้าของไร่ป่าเถื่อนนั่นเลย” รามาวตีแก้ต่างให้ตัวเองเป็นพัลวัน
“ถ้ามันไม่ใช่ ภาพมันจะหลุดออกมาได้ยังไงล่ะลูก”
“มันไม่มีอะไรจริงๆ นะคะคุณพ่อคุณแม่ เรกับเขาแค่ทะเลาะกันแล้วเขาก็...” คำพูดสุดท้ายติดอยู่ที่ริมฝีปาก
“หนูเป็นผู้หญิงนะเร เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นก็มีแต่เสียหาย” คุณเรณูพูดเสียงเข้ม แววจริงจัง
“ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่เชื่อเร เรจะไปพาเขามายืนยันด้วยตัวเองค่ะว่าเราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ” ว่าแล้วรามาวตีก็ลุกขึ้นและผลุนผลันออกไปจากบ้านอย่างร้อนใจ
หญิงสาวขับรถด้วยความเร็วค่อนข้างสูงมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเพิร์ลไดมอนด์ซึ่งปฏิภาณพักอยู่ที่นั่น เมื่อไปถึงร่างอรชรก็ก้าวฉับๆ ตรงไปที่ลิฟต์อย่างคล่องแคล่ว กดตัวเลขชั้นที่เป็นห้องพักของคู่กรณีโดยไม่ติดต่อประชาสัมพันธ์ให้เสียเวลา และอีกไม่กี่อึดใจหล่อนก็มายืนหน้าห้องเขา มือบางไม่รีรอที่จะยกขึ้นเคาะประตูห้องทันที
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ร่างกำยำงัวเงียลืมตาลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มถอนหายใจและมองไปทางประตูห้องด้วยอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขาแทบไม่อยากจะลุกออกจากเตียงนอนนุ่มๆ นี้แม้แต่วินาทีเดียว
“ใครมาเคาะแต่เช้า ยุ่งชิบ!” เสียงทุ้มบ่นอุบในขณะที่ดวงตายังคงหรี่ปรือด้วยความง่วงงุน
ชายหนุ่มหันไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวสอบเพื่อปิดบังร่างกายเกือบเปลือยเปล่าอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตูห้องและกระชากเปิดออกตามอารมณ์ซึ่งกำลังหงุดหงิดอย่างที่สุด
รามาวตีอ้าปากขึ้นเตรียมจะต่อว่าเขาที่มาเปิดประตูให้หล่อนช้า แต่แล้วเสียงหวานก็ต้องเปลี่ยนเป็นร้องอุทานพร้อมกับยกมือขึ้นปิดตาแทบไม่ทัน เมื่อเห็นร่างกำยำที่ยืนทำหน้ายักษ์ในสภาพนุ่งผู้เช็ดตัวผืนเดียว เปลือยแผ่นอกล่ำสัน ผมเผ้ายุ่งเหยิง
“ว้าย! อีตาบ้า!”
“มาทำไมแต่เช้า หรือว่าติดใจรสจูบของผมจนต้องมาขอต่อให้จบ คุณนี่มันไวไฟมากกว่าที่ผมประมาณการเอาไว้จริงๆ นะ” เสียงทุ้มพูดเยาะๆ ก่อนจะตวัดแขนสอดเข้าที่เอวอ้อนแอ้นและดึงร่างอรชรเข้ามากอดอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้แก้ตัว
“ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำอะไร!”
รามาวตีร้องเสียงดังด้วยอารมณ์โมโหระคนตกใจ พยายามดันร่างหนาให้ออกห่างแต่ก็สู้แรงอันมหาศาลของเขาไม่ได้ ยิ่งหล่อนดิ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็นว่าบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่ามากขึ้นเท่านั้น
“ถามได้... ผู้หญิงมาหาถึงห้อง คุณจะให้ผมเอาไปวางไว้บนหิ้งหรือไง”
“คนบ้า คนทุเรศ คน...”
เสียงนั้นจมหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากบอบบางที่กำลังตอบโต้เขาอย่างเผ็ดร้อนถูกประกบปิดสนิทแนบแน่น ริมฝีปากหยักจาบจ้วงระดมจุมพิตอย่างอย่างเร่าร้อนมอบความวาบหวามให้หล่อนเป็นครั้งที่สองในเวลาที่ห่างกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง มือหนาสอดลอดเลื้อยเข้าไปใต้ชายเสื้อตัวสวย ฝ่ามือใหญ่ประกบลงครอบครองทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยแล้วบีบคลึงเบาๆ แม้จะผ้าเนื้อดีของบราเซียร์สีหวานขวางกั้นไม่เป็นอุปสรรคใดๆ เพราะเขาสามารถรับสัมผัสความหยุ่นแน่นของเนินเนื้อเต่งตึงได้อย่างเต็มที่
“อื้อ...” รามาวตีหลุดเสียงครางออกมาอย่างผาดแผ่ว
ปฏิภาณฟังเสียงนั้นอย่างพึงพอใจ และอึดใจต่อมาใบหน้าสวยหวานก็ต้องสะบัดเริดเมื่อเขาใช้ปลายนิ้วบดคลึงเบาๆ ตรงจุดที่เป็นปลายถันจนรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นเริ่มแข็งเป็นเม็ดดันเสื้อออกมา ทำเอาสาวน้อยเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกหมดที่จะป้องกันตัวเองทันที
ปฏิภาณระดมจูบอย่างต่อเนื่อง อารมณ์ที่คั่งค้างมาตั้งแต่เมื่อคืนทำให้เขาระดมตักตวงความหอมหวานด้วยความกระหายหิวและไม่มีทีท่าว่าจะผละออกห่างง่ายๆ จนริมฝีปากเรียวบางเริ่มบวมช้ำ เขาจึงค่อยๆ เลื่อนลงไปที่ซอกคอขาวผ่อง เจ้าของร่างอรชรเบี่ยงหลบตามสัญชาตญาณแต่นั่นเท่ากับเป็นการแหงนเงยใบหน้าขึ้น เปิดทางให้เขาคลุกเคล้าได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
อิอิ อีตาพระเอกของเราไม่ใส่เสื้อผ้านอนชิมิๆ น้องเรของเราเลยเจอจอมหื่นอย่างแท้จริง เห็นหน้าก็จ้องแต่จะจับจูบ จับปล้ำ เอ๊ะ ชักยังไง อิอิอิ
รักค่ะ
เทียนธีรา/ฟ้าอรุโณทัย
|